"ร่ม" เป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้มากันอย่างยาวนาน โดยจุดประสงค์หลักของร่มเลยก็คือ ใช้สำหรับไว้กันเเสงเเดดเเละสายฝน ด้วยเทคโนโลยีตั้งเเต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ ร่ม มีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดที่กะทัดรัด ทำให้พกพาได้สะดวก มีเเบบที่เเปลกตา เเละเข้าถึงได้ทุกช่วงวัย

กว่าจะได้ร่มมาเเต่ละคัน เพื่อให้สามารถปกป้องคุณได้ในทุกสภาพอากาศนั้น ตัวร่มเองจะต้องมีส่วนประกอบเเละกลไกต่างๆ ซึ่งในเเต่ละส่วนประกอบ เเม้ว่าจะเป็นส่วนที่เล็ก เเต่ก็เป็นส่วนที่ทำให้เราสามาถใช้ร่มได้ งั้นเราดูกันเลยดีกว่า "ส่วนประกอบของร่ม มีอะไรบ้าง? " เราจะอธิบายอย่างละเอียด เพื่อผู้อ่านทุกคนได้เข้าใจกันว่า ในร่ม 1 คันต้องมีอะไรบ้าง? เเละเเต่ละส่วนจะทำให้ร่มใช้งานได้อย่างไร? ไปอ่านกันเลยค่ะ...

ส่วนประกอบของร่ม มีอะไรบ้าง? มาทำความรู้จักกันเถอะ! [ฉบับละเอียด]


ในร่ม 1 คันจะมีประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ที่เมื่อประกอบกันเเล้ว จะทำให้สามารถใช้งานร่มได้อย่างอย่างสะดวกขึ้น ซึ่งในบทความนี้ เราจะเเบ่ง ส่วนประกอบของร่ม ออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้เเก่ ยอดร่ม โครงร่ม เเละเเกนร่ม เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพกัน เเละเข้าใจง่ายขึ้น ไปดูกัน!

1.ยอดร่ม

1.ยอดร่ม

  • 1.1) ปลอกโลหะ (Ferrule) : คือส่วนบนยอดสุดของร่ม ซึ่งร่มบางชนิดใช้ปลอกเป็นโลหะ บางชนิดก็ใช้ปลอกเป็นอลูมิเนียม ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต เเละการออกเเบบของร่ม จะช่วยป้องกันไม่ให้ปลายร่มเเตกออกเมื่อเปิด-ปิดร่ม  เเละช่วยยืดอายุการใช้งานร่มให้นานยิ่งขึ้น
  • 1.2) บากร่มด้านนอก (Cap) : คือส่วนที่อยู่เหนือตัวร่มหรือผ้าใบนั้นเอง มีลักษณะเป็นเหมือนวงเเหวนยึดผ้าใบให้ติดกับตัวด้ามร่ม ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้มีน้ำหยดไหลลงจากหลังคาเข้ามาในด้ามร่มเเละใต้ร่ม
  • 1.3) บากร่มด้านใน (Notch) : เป็นส่วนที่อยู่บนสุดสุดของด้ามร่ม เเละจะอยู่ใต้ผ้าใบของร่ม สามารถมองเห็นได้จากมุมมองด้านล่าง จะช่วยยึดซี่โครงของร่มทั้งหมดให้รวมอยู่ในที่เดียวกัน ไม่หลุดออกจากกัน
  • 1.4) ผ้าใบ (Canopy) : ผ้าใบเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ ของร่ม ซึ่งผ้าใบจะค้องคลุมซี่โครงร่มทั้งหมด เพื่อไม่ให้เเสงเเดด หรือสายฝนเล็ดลอดเข้ามาได้  เนื้อผ้าที่ใช้ ก็จะมีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ผ้าโพลีเอสเตอร์ ผ้าไนลอน ผ้าฝ้าย หรือเเม้กระทั่งพลาสติก เเต่โดยส่วนใหญ่จะใช้เป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ เพราะมีคุณสมบัติกันน้ำได้ดี มีความทนทาน เเละยังคงสภาพเดิมได้ไม่ว่าผ้าจะเปียกหรือเเห้ง ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสีพื้นๆ เเบบมีลาย เป็นรูปภาพ โลโก้ ตัวการ์ตูนต่าง ๆ หรือเเม้กระทั้งผ้าใบที่เป็นสีใสๆ ถือว่าเป็นส่วนที่สามารถเเสดงบุคลิกของผูใช้ได้เป็นอย่างดี

 

ร่มศิริบัวทอง
“ หากคุณกำลังมองหาร่มที่สามารถเเสดงความเป็นตัวคุณ ร่มศิริบัวทอง เรามีร่มสวยๆ คุณภาพดี ให้คุณเลือกอย่างหลากหลาย มาโชว์ความเป็นตัวคุณผ่านร่มกันเถอะ”

ร่มเด็ก ร่มตอนเดียว 16 นิ้ว

2.โครงร่ม2.โครงร่ม

  • 2.1) ซี่โครงร่ม (Rip) : ซี่โครงของร่ม เป็นส่วนประกอบของโครงร่ม เป็นส่วนที่มีจุดเริ่มต้นจากบากร่มด้านใน (Notch) จรดมาจนสุดยังปลายของร่ม (Tip) ได้รับการซัพพอร์ตจากเครื่องยึด (Strecher) ที่เชื่อมต่อกับสปริงร่ม (Runner) เพื่อให้มีความเเข็งเเรงมากขึ้น ซึ่งวัสดุที่จะนำมาทำซี่โครงร่มต้องมีความเเข็งเเรง เเละส่วนใหญ่ก็จะทำมาจาก เหล็ก  อลูมิเนียม ไฟเบอร์กลาส หรือเเม้กระทั่งพลาสติก ซี่โครงร่มโดยส่วนใหญ่จะมีทั้งหมด 8 ซี่ ซึ่งถ้าน้อยกว่านั้นก็จะมีด้วยกัน 6 ซี่ เเละมากสุดอยู่ที่ 24 ซี่ ซึ่งจำนวนทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับความสมดุล เเละการออกเเบบ ของร่มเเต่ละประเภท  เป็นโครงในการตรึงผ้าใบให้สามารถใช้งานได้
  • 2.2) เครื่องยึด (Strecher) : เป็นส่วนที่ทำมาจากโลหะ ไฟเบอร์กลาส หรือพลาสติก ที่มีความเเข็งเเรง เป็นตัวช่วยให้ซี่โครงเเละด้ามของร่มยึดติดเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้ตัวซี่โครงสามารถกางออกได้ เเละเป็นส่วนที่ทำให้ร่มมีองศาความโค้ง เครื่องยึดจะช่วยให้ร่มสามารถเปิด-ปิดได้ เป็นตัวช่วยยึดให้ร่มมีความเเข็งเเรง สามารถต้านเเรงลม เเละเเรงของฝนได้
  • 2.3) โครงร่ม (Frame) : โครงร่มจะประกอบไปด้วย ซี่โครงร่ม (Rip) เเละเครื่องยึด (Strecher) เเละเป็นส่วนที่ผ้าใบถูกเย็บให้ติดกับโครงร่ม ซึ่งโครงร่มจะทำมาจากโลหะ ไฟเบอร์กลาส หรือพลาสติก โดยจุดศูนย์กลางของโครงร่มจะมีข้อต่อที่ทำให้สามารถหุบร่มเข้า หรือกางร่มออกได้ ทำให้สามารถพกพาร่มได้ง่ายขึ้น
  • 2.4) ปลายร่ม (Tip) : เป็นส่วนที่อยู่ปลายสุดของซี่โครงร่มเเต่ละซี่ จะมีรูอยู่ตรงกลาง เพื่อให้สามารถยึดปลายผ้าใบเเต่ละจุดให้ติดกับซี่โครงร่มเเต่ละซี่ ซึ่งช่วยให้ผ้าใบยึดติดกับโครงร่ม โดยไม่เลื่อนหลุดออกเมื่อทำการเปิด-ปิดร่ม
บทความเเนะนำ
เเกร่งมาจากไหนก็ต้องเเพ้! ให้กับร่มกอล์ฟอย่างราบคาบ เพราะนอกจากความเเกร่งเเล้ว ยังสารพัดประโยชน์ เเละพร้อมลุยไปกับคุณได้ในทุกสภาพอากาศ!

3.เเกนร่ม3.เเกนร่ม

  • 3.1) ด้ามร่ม (Shaft) : ด้ามร่มส่วนล่างจะเชื่อมติดอยู่กับที่จับ เเละส่วนบนจะยึดกับกับส่วนของยอดร่มทั้งหมด ส่วนใหญ่ด้ามร่มจะมีรูปทรงกระบอก เเละทำมาจากเหล็ก เพื่อให้มีความเเข็งเเรง ทนทานต่อการใช้งาน เป็นส่วนที่เพิ่มความสูงให้ตัวร่ม ทำให้เราสามารถจับร่มในระดับที่ไม่ทำให้เราเมื่อย เเละเป็นส่วนหลักที่ยึดทุกส่วนเข้าด้วยกัน
  • 3.2) กลไกสปริง (Runner) : จะมีลักษณะเป็นวงเเหวนที่สามารถเลื่อนขึ้น-ลงได้ ตามเเนวของด้ามร่ม เพื่อให้สามารถกาง-หุบได้อย่างเต็มที่ เเละยังเป็นตัวช่วยยึดให้ซี่โครงร่มมีความมั่นคงมากขึ้น
  • 3.3) Top Springs : เป็นส่วนที่อยู่ด้านบนของด้ามร่ม มีลักษณะเป็นเหล็กสามเหลี่ยม โผล่ออกมาจากด้ามของร่ม เป็นจุดพักให้กับสปริงเเละช่วยยึดให้สปริงอยู่กับที่เมื่อเรากางร่ม เป็นจุดพักให้กับสปริง เมื่อเรากางร่มออก  เเละยึดไว้ไม่ให้สปริงเลื่อนลงมา
  • 3.4) Bottom Spring : มีลักษณะเหมือน Top Springs เเต่จะอยู่ด้านล่างของด้ามร่มเเทน เป็นจุดยึดให้กับสปริงเมื่อทำการปิดร่ม ซึ่งช่วยให้ร่มอยู่กับที่ด้วยการล็อคตรงจุดนี้ ทำให้ร่มไม่สามารถกางออกเองโดยที่ยังไม่ได้เปิด
  • 3.5) ปุ่มกดเปิด/ปิดร่ม (Opening/closing Button) : จะอยู่ด้านล่างของสุดของด้ามร่ม มีลักษณะเหมือนปุ่มเล็กๆ  มีไว้สำหรับใช้ในการหดเหล็ก Top Spring เมื่อเราไม่ต้องการใช้งานร่มเเล้ว เเค่กดปุ่มนี้ ก็จะทำให้ร่มหุบเข้ามา เมื่อไม่ต้องการใช้งานได้อย่างง่ายดาย
  • 3.6) Tip Cup : จะอยู่บนด้านบนสุดของด้ามจับร่ม ด้านในจะมีความกลวง Tip Cup จะมีความกว้างกว่าด้ามจับร่มเล็กน้อย ช่วยให้มือเราไม่ลื่นเมื่อต้องเปิด-ปิดร่ม เพื่อป้องกันการลื่นหรือการบาดเจ็บ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปิด-ปิดร่ม โดยเฉพาะในเด็ก
  • 3.7) ด้ามจับ (Handle) : เป็นส่วนที่อยู่ตรงปลายสุดของร่ม ทำมาจากพลาสติกเเละไม้ ตัวด้ามจับจะมีความโค้งเเละขนาดที่เเตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทเเละขนาดของร่ม เเละเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ทันสมัย จะมีการเคลือบด้ามจับ เพื่อกันลื่นในขณะใช้งานเเละช่วยให้เราสามารถจับร่มได้อย่างสบายมือขึ้น

4.ขนาดร่ม 4.ขนาดร่ม

  • 4.1) เส้นผ่าศูนย์กลาง (Diameter) : เป็นการวัดขนาดร่ม ในขณะที่ร่มกำลังเปิดอยู่ ซึ่งจะวัดจากขอบของผ้าใบฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง โดยทั่วไปร่มจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 100 ซม. หรือประมาณ 39 นิ้วโดยประมาณ
  • 4.2) ความยาวร่มหุบ (Closed Length) : เราจะวัดความยาวของร่มเเบบนี้ จำเป็นจะต้องหุบร่ม หรือปิดร่มก่อน เพื่อให้ได้ความยาวที่เเม่นยำ ซึ่งจะวัดจากยอดบนสุดของร่มไปยังด้ามจัมล่างสุด
  • 4.3) องศาความโค้ง (Arc) : เป็นการวัดองศาความโค้งของผ้าใบ จุดประสงค์เพื่อ ระบุขนาดผ้าที่จะใช้ในการทำร่ม เพื่อให้สามารถครอบคลุมได้ทั้งหัวเเละไหล่ของผู้ใช้งานได้ โดยทั่วไปร่มจะมีค่าความโค้งอยู่ที่ 120 ซม. หรือประมาณ 47 นิ้วโดยประมาณ

สรุป

เรียกได้ว่า ส่วนประกอบเยอะจริง ๆ กว่าจะได้มาเป็นร่มที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน ต้องมีส่วนประกอบทั้งส่วนที่มีขนาดใหญ่ ไปจนถึงส่วนที่ขนาดเล็ก เเต่ทุกส่วนก็มีหน้าที่ มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เเละหวังว่าบทความนี้ จะเป็นประโยชน์เเละช่วยให้ทุกคนได้รู้จักร่มดีขึ้นกันนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

nineteen − one =